นายเกรียงชัย บุญโพธิ์อภิชาติ Chief Financial Officer บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา รับทราบการรายงานผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2563 โดยบริษัทและบริษัทย่อยสามารถสร้างกำไรสุทธิได้ 2,887 ล้านบาท และมีรายได้รวม 128,027 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นร้อยละ 10.6 อันเป็นผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อให้บริษัทสามารถให้บริการความสะดวกต่อลูกค้าและชุมชนอย่างต่อเนื่อง บริษัทได้ให้ความสำคัญกับมาตรการของรัฐบาลโดยให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามมาตรการอย่างเข้มงวด เพื่อความปลอดภัยของลูกค้า พนักงาน และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย อย่างไรก็ตาม วิกฤติดังกล่าวมีผลกระทบต่อรายได้ โดยมีความรุนแรงมากที่สุดในเดือนเมษายน และลดระดับลงในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนตามลำดับ ภายหลังจากที่รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
พร้อมทั้งรับทราบการลงนามสัญญาร่วมทุน ระหว่าง บริษัท ออลล์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กับ GCH Investments Pte. Ltd. (กลุ่ม Dairy Farm International Holding ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำในด้านธุรกิจด้านสุขภาพและความงามในเอเชีย) จัดตั้งบริษัทร่วมทุน ชื่อ บริษัท ออลล์ การ์เดี้ยน จำกัด (ALL Guardian Co., Ltd.) ในสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 65 และร้อยละ 35 ตามลำดับ เพื่อดำเนินธุรกิจด้านการจัดจำหน่ายสินค้ากลุ่มสุขภาพและความงามภายใต้เครื่องหมายการค้า “Guardian” ในประเทศไทย” และรับทราบการเพิ่มทุนใน บริษัท ออลล์ เวลเนส จำกัด (บริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นร้อยละ 99.99) เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจด้านหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์ และ ธุรกิจ Digital Health ตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้สูงอายุที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น”
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.cpall.co.th/wp-content/uploads/2020/08/2Q20_Presentation_CPALL-New.pdf